วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

ทริปนี้..เที่ยวอยุธยา 1 วัน

                   สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคนวันนี้ เป็นวันที่ 9 มกราคม 2555 ผมก็จะมาแชร์กับ Trip ที่ผมได้ไปมา วันเดียวครับที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา เมื่องเก่าของเราแต่ก่อน อิอิ ผมเริ่มออกจากกทม 9.00 น. 10.00 น.ก็ถึงครับไม่ไกลเลย ชั่วโมงเดียวเอง.....



วันนี้เราวางทริปไว้ 4 ที่ ก็คือ 


1. วัดใหญ่ชัยมงคล
2. วัดพนัญเชิง
3. วิหารพระมงคลบพิตร
4. ตลาดน้ำอโยธยา


          แต่แดดร้อนมากถึงมากที่สุดจึงแวะวัดดับร้อนทางใจกันที่วัดใหญ่ชัยมงคลก่อนอยู่กลางเมืองเลยครับ เป็นวัดที่เก่าแก่มาก แต่โดนเผาทำลายตอนเสียกรุงครั้งที่ 2 ครับ ผมว่าสมัยก่อนต้องสวยแน่เลยนี่ขนาดเหลือแต่ซากที่ไม่สมบูรณ์มาดูรูปเลยฝีมือผมเองคริ คริ



     ที่ๆแรกที่ผมไปนั่นคือ " วัดใหญ่ชัยมงคล" เดิมนั้นชื่อ "วัดป่าแก้ว" หรือ "วัดเจ้าไท" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะพระนคร  จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด นอกจากนี้แล้ว ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 อีกด้วย



(อากาศร้อนจังเลยครับ) พวกเราจะไปเที่ยวกันต่อที่ไหนดีเพื่อนๆ ??

และแล้วก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่  วัดพนัญเชิงวรวิหาร ---------->>>>>>



             ก่อนอื่นขอเล่าประวัติของ " วัดพนัญเชิงวรวิหาร" น่ะครับ  วัดพนัญเชิงเป็นวัดที่มีประวัติอันยาวนาน ก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา และไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามหนังสือพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง และพระราชทานนามว่า วัดเจ้าพระนางเชิงและพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ กล่าวไว้ว่า ได้สถาปนาพระพุทธรูปพุทธเจ้าพนัญเชิง เมื่อปี พ.ศ. 1867 ซึ่งก่อนพระเจ้าอู่ทองจะสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง 26 ปี




  


    เพื่อนๆครับ เหนื่อยกันหรือยัง?? เราไปต่อกันดีกว่า >> Next Station >>
 "วิหารพระมงคลบพิตร" ขับรถวนรอบจังหวัด  On the way 




                   "วิหารพระมงคลบพิตร "สันนิษฐานกันว่า สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นราวแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยตามพงศาวดารวิหารพระมงคลบพิตรนั้น เดิมประดิษฐานอยู่ด้านทิศตะวันออกของ พระราชวังหลวง บางคนสันนิษฐานว่า เคยประดิษฐานอยู่กลางแจ้งที่วัดชีเชียงมาก่อน ในปี พ.ศ. 2146 สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดฯ ให้ชลอมาไว้ทางด้านทิศตะวันตก แล้วให้สร้างมณฑปขึ้นครอบไว้ โดยมีหลักฐานจากภาพวาดของชาวตะวันตกที่เข้ามาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองว่าเป็นรูปร่างคล้ายๆมณฑป



            และที่ๆสุดท้ายของทริปนี้ก่อนกลับ กทม. นั่นก็คือ "ตลาดน้ำ อโยธยา"   พวกเราก็ได้เดิน ถ่ายรูป ซื้อของฝากติดไม้ติดมือ กันอย่างสนุกสนาน ขอบอกได้เลยว่า มาเที่ยว 1 วัน คุ้มมากๆๆๆ  อยากเชิญชวนให้เพื่อนๆ แวะเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆ เมืองไทยยังมีสิ่งที่น่าแปลกและบางสิ่งบางอย่าง ในที่ๆ แห่งนั้นอาจทำให้คุณได้หลงใหลและอยากจะมาอีกเป็นครั้งที่สองก็เป็นได้......